brand cozxy
มหัศจรรย์จากธรรมชาติ ด้วยคุณประโยชย์อันทรงคุณค่าจาก รังนก
Details
 

มหัศจรรย์ แห่งการบำรุงร่างกาย 

รังนก (Bird’s Nest)  คือ หนึ่งในสี่สุดยอดอาหารอันทรงคุณค่าของชาวจีนทั้งในเรื่องรสชาติ และคุณประโยชน์ในการบำรุงร่างกาย นิยมรับประทานกันอย่างแพร่

หลายในหมู่กลุ่มคนชั้นสูงของจีน และคนที่มีฐานะดี เพราะเป็นของแพง และหายากมาก มาเป็นเวลานานนับพันปี ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618 ถึง 907) จนได้รับการขนานนามว่าเป็น ทองคำสีขาว หรือ คาเวียร์แห่งโลกตะวันออก โดยในอดีตเชื่อกันว่า รังนกนั้น ถือเป็นอาหารบำรุงชั้นยอด สำหรับองค์จักรพรรดิ ฮ่องเต้ และ ชนชั้นสูงของจีน โดยเชื่อว่ารังนกเป็นอาหารช่วยเพิ่มพลังบำรุงร่างกาย ช่วยให้ชุ่มคอและสดชื่น เพิ่มความแข็งแรงให้กับไต ม้าม ช่วยบำบุงผิวพรรณ และใช้เป็นยาอายุวัฒนะ สำหรับองค์จักรพรรดิฮ่องเต้ ในสมัยนั้น

และต่อมาในสมัยราชวงศ์หมิงตอนปลาย ยังพบว่ามีเอกสารบันทึกว่ามีแพทย์จีนเขียนใบสั่งยา โดยจะมีรังนกเป็นส่วนประกอบเสมอ โดยเชื่อว่ารังนกสามารถรักษาโรคทางเดินหายใจ ช่วยบำรุงสุขภาพเด็ก  บำรุงผิวพรรณสตรีและคนชรา ให้มีความนุ่มนวลอ่อนเยาว์ ช่วยในการฟื้นตัวจากการเจ็บป่วย รวมถึงสตรีหลังคลอดบุตรด้วย

รังนกคืออะไร?

รังนก คือสารคัดหลังจากต่อมน้ำลายของนกแอ่น หรือนกแอ่นกินรัง  (Edible Nest Swiftlet) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Aerodramus fuciphagus ซึ่งนกจะผลิต และขับน้ำลายออกมา เพื่อใช้สร้างรังเตรียมไว้ฝักไข่ และใช้เป็นที่อยู่ของลูกนกก่อนจะเริ่มหัดบิน

รังนก ที่สร้างขึ้นจากสารคัดหลังจากต่อมน้ำลายของนกแอ่น จะจัดอยู่ในกลุ่มนกแอ่น สวิฟต์เลต (Swiftlet) ซึ่งเป็นกลุ่มนกแอ่นที่ทำรังด้วยน้ำลาย ซึ่งนำรังมารับประทานทานได้ โดยรังนกชนิดนี้จะถูกสร้างจากต่อมน้ำลายของนกแอ่น ซึ่งจะขับออกมาเป็นเส้นบางๆ คล้ายวุ้น มีลักษณะเป็นสีขาว เหนียว ทำให้เกาะติดตามซอกหิน และผนังถ้ำได้ดี เมื่อสัมผัสกับอากาศก็ทำให้น้ำลายของนกแอ่นที่สำรอกออกมาเกิดปฏิกิริยาจับตัวแข็ง เมื่อรังแห้งจะมีลักษณะคล้ายๆรูปทรงถ้วย โดยจะใช้เวลาสร้างรังประมาณ 20 ถึง 30 วัน 

ซึ่งในส่วนประกอบของรังนก ประมาณ 85 ถึง 97% จะเป็นน้ำลาย และ 3 ถึง 15% เป็นขนอ่อน เมื่อเก็บรังมาบริโภค จึงจำเป็นต้องนำมาทำความสะอาดออกก่อน ซึ่งนับเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากที่สุด 

โดยใน 1 ปี จะสามารถเก็บรังนกได้เพียง 3 ครั้งเท่านั้น

ครั้งที่ 1

จะอยู่ในช่วงปลายเดือนมกราคมจนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ รังนกที่เก็บในครั้งแรกนี้ จะเป็นรังนกที่มีคุณภาพดีที่สุด มีขนาดรังที่หนา ชิ้นใหญ่ สะอาดบริสุทธิ์ และมีคุณค่าทางอาหารสูง  เนื่องนกแอ่นมีการสะสมอาหารบํารุงในช่วงเวลาที่ยาวนานมาก่อน นํ้าลายที่ขับออกมาจึงมีสีขาว เหนียวข้น ไม่มีขนนกเจือปน และมีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน จึงมีราคาข่อนข้างสูง

ครั้งที่ 2

จะเก็บได้ประมาณกลางเดือนมีนาคม รังนกช่วงนี้จะมีลักษณะหยาบ และมีส่วนประกอบของขนอ่อนปนมา เนื่องจากเมื่อรังนกถูกเก็บครั้งแรกไปแล้ว นกแอ่นต้องรีบเร่งในการสร้างรังใหม่  นํ้าลายที่ขับออกมาความเหนียวข้นจึง น้อยกวาเดิม จากนั้นจะปล่อยให้นกทำรังและวางไข่ 

ส่วนน้ำลายที่นกนางแอ่นขับออกมาหลังจากครั้งแรก จะเว้นสักระยะหนึ่ง ไม่ใช่ขับน้ำลายออกมาเพื่อสร้างรังจนหมด หรือจนกระอักเลือดตามที่เข้าใจกันนั้น ซึ่งเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง รังนกที่เราเห็นเป็นสีแดงนั้น เกิดจากสารอาหาร และความอุดมสมบูรณ์ของแร่ธาตุภายในถ้ำ หรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่โดยรอบ

ครั้งที่ 3

เดือนกรกฎาคม เมื่อลูกนกโตเต็มที่ และพร้อมที่จะออกจากรังไปพร้อมกับพ่อแม่ รังนกที่เหลืออยู่ในถ้ำจึงจะถูกเก็บเป็นครั้งที่สาม หลังจากช่วงนี้ก็จะเข้าสู่การอนุรักษ์ระบบนิเวศน์ ให้คงสมบูรณ์เช่นเดิมต่อไป เพื่อนกแอ่นจะบินกลับมาอีกครั้งในเดือนธันวาคมของทุกปี

ที่สุดแห่งการค้นพบ กับความมหัศจรรย์ ที่ไม่ใช่เป็นแค่เรื่องเล่าอีกต่อไป

ปัจจุบันได้มีการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ และได้รับการรับรองถึงส่วนประกอบสําคัญในรังนกแล้วว่า มีส่วนประกอบหลักสําคัญคือ ไกลโคโปรตีน (Glycoprotein) และในรังนกก็อุดมไปด้วยสาร Epidermal growth factor (EGF) ซึ่งมีคุณสมบัติกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ผิวใหม่ รวมถึงแร่ธาตุหลักอีก 4 ชนิด คือ แคลเซียม โซเดียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และและกรดอะมิโนที่จำเป็นอีกถึง 19 ชนิด เช่น ทรีโอนีน ทริปโตแฟน ซีสตีน และไทโรซีน 

สารประกอบสำคัญในน้ำลายนกคืออะไร?

Glycoprotein: ไกลโคโปรตีน ในรังนกมีประโยชน์อย่างไร?

ไกลโคโปรตีน (Glycoprotein) ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญในโครงสร้างร่างกายมนุษย์ ทั้งในเนื้อเยื่อและกระดูก ทำหน้าที่เสมือนสารหล่อลื่นของเซลล์ เป็นตัวนำฮอร์โมน วิตามิน แร่ธาตุต่างๆ ตลอดจนอยู่ในกระบวนการต้านอนุมูลอิสระของร่างกาย

 

ไกลโคโปรตีน (Glycoprotein) เป็นสารประกอบที่มีโครงสร้างของโปรตีนจับอยู่กับสายโซ่ที่เชื่อมกับคาร์โบไฮเดรตเข้าด้วยกัน เป็นสารออกฤทธ์ทางชีวภาพที่มีประโยชน์มากกว่าสารอาหารพวกโปรตีน หรือคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวทั่วไป 

 

จากการศึกษาวิจัย ยังพบว่ารังนกมีไกลโคโปรตีนที่ประกอบด้วยน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่เรียกว่า กรดไซอะลิค (Sialic Acid) หรือ N acetylneuraminicacid (NANA) ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้าน ช่วยชะลอกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานินของเซลล์ผิวหนัง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สีผิวหมองคล้ำ โดยช่วยยับยั้งการทำงานของ เอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดเม็ดสีเมลานิน และความหมองคล้ำของผิว

 

อีกทั้งกรดไซอะลิค (Sialic Acid) หรือ NANA สามารถช่วยจับเชื้อไวรัส และยับยั้งการเกิดกระบวนการจับระหว่างไวรัสกับตัวรับที่ผิวเซลล์ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสเข้าสู่เซลล์ได้ จึงช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัส และแบคทีเรียต่างๆ เข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ 

 

ไม่เพียงเท่านั้น เนื่องจากกรดไซอะลิค หรือ NANA ยังเป็นส่วนประกอบหลักของสารสำคัญเกี่ยวข้องกับการทำงานของเซลล์สมองบริเวณเส้นใยประสาท และจุดเชื่อมต่อระหว่างเซลล์สมอง จึงสามารถช่วยบำรุง  เพิ่มความจำสามารถจดจำสิ่งต่างๆ ได้เร็วขึ้น และลดการอักเสบของระบบประสาทอีกด้วย

 

ไกลโคโปรตีนในรังนก ให้ประโยชน์อะไรกับร่างก่ายเรา

 

เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน 

 

ในรังนก นั้นมีสารออกฤทธิ์ที่ชื่อว่า กรดไซอะลิค (sialic acid) หรือ NANA  

นั้นมีฤทธิ์ยับยั้งการติดเชื้อไวรัส ช่วยจับเชื้อไวรัสและยับยั้งการเกิดกระบวนการจับระหว่างไวรัสกับตัวรับที่ผิวเซลล์ ป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าสู่เซลล์ จึงช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสต่างๆ เช่น  เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ 

อีกทั้งไกลโคโปรตีนในรังนกยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย โดยช่วยกระตุ้นการแบ่งเซลล์ของเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ (Lymphocyte) หรือ Lymph และกระตุ้นการหลั่งสารภูมิต้านทานต่างๆ เช่น อิมมูโนโกลบูลิน (Immunoglobulin) ในระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และเลือด ดีต่อระบบทางเดินหายใจ รวมทั้งบรรเทาอาการหวัดและภูมิแพ้

 

ดีต่อระบบประสาท

 

ในรังนกมี กรดไซอะลิค หรือ NANA เป็นสารสำคัญเกี่ยวข้องกับการทำงานของเซลล์สมองบริเวณเส้นใยประสาท และจุดเชื่อมต่อระหว่างเซลล์สมอง จึงสามารถช่วยบำรุง  เพิ่มความจำสามารถจดจำสิ่งต่างๆ ได้เร็วขึ้น และลดการอักเสบของระบบประสาทอีกด้วย

 

ดีต่อผิวพรรณ

ในรังนก มีไกลโคโปรตีนที่ประกอบด้วยน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่เรียกว่า กรดไซอะลิค (Sialic Acid) หรือ NANA ช่วยยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานินของเซลล์ผิวหนัง ยับยั้งการทำงานของ เอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดเม็ดสีเมลานิน และความหมองคล้ำของผิว

ในรังนกมีโปรตีนแบบพิเศษที่มีโครงสร้างเหมือนกับ อีพิเดอร์มอล โกรท แฟคเตอร์ Epidermal Growth Factor (EGF) มีหน้าที่กระตุ้นการสร้างผิวหนังใหม่ ซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสลาย จึงทำให้ผิวใหม่ดูกระจ่างใสมากขึ้น ผิวดูชุ่มชื้นขึ้น และป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้  ทำให้แลดูอ่อนวัย

Epidermal Growth Factor (EGF) คืออะไร?

ในรังนกมีโปรตีนแบบพิเศษที่มีโครงสร้างเหมือนกับ อีพิเดอร์มอล โกรท แฟคเตอร์ Epidermal Growth Factor (EGF) โดยธรรมชาติแล้ว EGF ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญมากในการเจริญเติบโตของร่างกายมนุษย์ ซึ่งมีหน้าที่กระตุ้นการพัฒนาแบ่งเซลล์ และเยื่อบุต่างๆของมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยสร้างเซลล์ผิวใหม่ทดแทนเซลล์เก่าที่เสื่อมสลาย ช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำลาย ทำให้ร่างกายสามารถสร้างเซลล์ใหม่ได้เรื่อยๆ 

ยิ่งไปกว่านั้น เซลล์ EGF ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นเซลล์ผิวหน้าให้แข็งแรง คือกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ด้วยการกระตุ้นการสร้างผิวหนังใหม่ ซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสลาย หรือถูกทำลายออกไป จึงทำให้ชั้นผิวใหม่ดูกระจ่างใสมากขึ้น ผิวดูชุ่มชื้นมีน้ำมีนวล สามารถป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้  

นอกจากนั้น ยังช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ชำรุด ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซม และรักษาบาดแผล ช่วยเร่งประสานแผลจากการผ่าตัด อีกทั้งช่วยกระตุ้นให้เซลเม็ดเลือดขาวชื่อ Leucocyte ที่ซึ่งทำหน้าที่ในการปกป้องร่างกายจากเชื้อโรคต่างๆ 

Epidermal Growth Factor มีประโยชน์อะไรกับร่างกายเรา

-มีหน้าที่กระตุ้นการทำงานเซลล์, พัฒนาการแบ่งเซลล์ให้ร่างกายสามารสร้างเซลล์ใหม่ๆ ได้เรื่อยๆ

-ช่วยในการสร้างเซลล์ เนื้อเยื่อผิวหนัง และซ่อมแซมเนื้อเยื่อผิวหนังที่ชำรุดโดยกระตุ้นให้เกิดการสร้างผิวหนังใหม่

-ช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสลาย หรือถูกทำลายออกไป ทำให้ชั้นผิวใหม่ดูกระจ่างใสขึ้น ผิวดูชุ่มชื้น และสามารถป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัย

-กระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ชำรุด ทำให้สามารถรักษาบาดแผลของผิวหนัง และช่วยเร่งประสานแผลจากการผ่าตัด 

-ช่วยกระตุ้นให้เซลเม็ดเลือดขาวที่ซึ่งทำหน้าที่ในการปกป้องร่างกายจากเชื้อโรคต่างๆ 

 

เห็นไหมว่าสารประกอบเหล่านี้นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์แค่ใหน แต่กลับมีอยู่มากมายในรังนก หรือนํ้าลายนกแอ่น นี่เองคือต้นเหตุความมหัศจรรย์ของรังนก และไม่ไช่เรื่องราวกล่าวขานตำนานกันอีกต่อไป

 

 

 

ขอขอบคุณ

ข้อมูลจาก : www.honestdocs.co, www.jsppharma.com, th.wikipedia.org/wiki/รังนก, th.hellomagazine.com, www.posttoday.com

 


Share This