brand cozxy
ความเข้าใจที่หลายคนคิดว่า เก็บรังนกทำลายระบบนิเวศน์ จริงหรือ?
Details
 

เมื่อพูดถึงรังนก หลายคน จะต้องนึกถึงผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากรักนกนางแอ่นแท้ ซึ่งรู้กันดีอยู่แล้วว่า รังนกมีประโยชน์ ช่วยบำรุงสุขภาพมาก แต่หากมองดูจุดเริ่มต้นให้ดี ก่อนที่จะมาเป็นรังนกให้เราดื่ม มันผ่านกระบวนการมากมาย ผ่านการดำเนินชีวิตของนกนางแอ่น ที่ต้องระหกระเหิน หาที่ทำรัง ด้วยน้ำลายของมันเอง รังสรรค์จนกลายเป็นรังนกแท้ 100% ที่มีคุณภาพ เป็นขุมทรัพย์จากธรรมชาติ ที่มาจากถ้ำรังนก และสร้างมูลค่าสูง จนมีการเก็บรังนก เป็นอาชีพเกิดขึ้น หลายคนสงสัยคือ แล้วมันจะกลายเป็นการทำลายระบบนิเวศน์ของนกหรือเปล่า เรามาหาคำตอบกัน

เริ่มต้นชีวิต นกนางแอ่นกินรัง

จุดเริ่มต้นของการมีรังนก มาจากนกนางแอ่นกินรัง (นกนางแอ่น/ นกอีแอ่น) ซึ่งนกนางแอ่นสายพันธุ์นี้ จะสามารถนำรังนกของมันมากินได้ การที่ได้รังนกนางแอ่นมาเป็นจำนวนมาก จะต้องมีแหล่งของนกนางแอ่น ซึ่งปกติจะทำรังตามถ้ำใหญ่ อยู่บนที่สูง และมันมักมาเลือกทำรังกันเป็นจำนวนมาก เพราะนิสัยของมัน เป็นสัตว์ที่ค่อนข้างเป็นสังคม มักอาศัยรวมกลุ่มกัน มีความรู้สึกที่ไวต่อกลิ่น และเสียง ชอบทำรังตามกันในที่ที่เคยมีนกนางแอ่นตัวอื่นเคยทำรังไว้แล้ว 

วงจรชีวิตและการสืบพันธุ์

อย่างที่บอกว่า ธรรมชาติของนกนางแอ่น จะชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่มจำนวนมาก ทำให้การมารวมตัวกันแต่ละครั้ง หากถึงฤดูผสมพันธุ์ มันจะจับคู่กัน โดยนกแอ่นตัวผู้จะเริ่มจีบนกแอ่นตัวเมียเพื่อจับคู่ และเชื่อหรือไม่ว่า มันเป็นนกที่ผัวเดียวเมียเดียว ถ้าได้คู่ไหน ก็จะคู่นั้นตลอดชีวิตของมัน โดยมันจะเริ่มออกมาใช้ชีวิตคู่ เมื่ออายุครบ 8 เดือน ซึ่งเป็นช่วงโตเป็นหนุ่มสาวเต็มวัย   และหากมันตกลงคู่กันแล้ว คู่นกใหม่จะเริ่มค้นหาที่ทำรังถาวร ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับลูกน้อย ใช้เวลาในตอนกลางคืนประมาณ 30 - 40 วัน  แม่นกนางแอ่นกินรัง จะวางไข่ครั้งละ 2 ฟอง และส่วนใหญ่มักเหลือฟองเดียว เพราะรังมันเล็ก ไข่อาจตกลงมาจากอุบัติเหตุได้ เมื่อลูกนกฟักออกมา พ่อแม่นกจะผลัดกันหาอาหารให้ลูกวันละ 2 เวลา จนเวลาผ่านไปประมาณ 49-52 วัน ลูกนกเริ่มมีขนเต็มตัว หัดบินจนคล่องแคล่ว ก็จะบินตามฝูงพ่อแม่ถึง 8 เดือน ก็จะแยกตัวไปหาคู่ เพื่อขยายพันธุ์ต่อไปตามวงจรชีวิต โดย 1 ปี เฉลี่ยผสมพันธุ์ถึง 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4 เดือน จึงเพิ่มประชากรนกนางแอ่นได้รวดเร็ว และ รังนกก็เพิ่มมากขึ้นด้วย

ช่วงการเก็บรังนก

การเก็บรังนก จะเก็บด้วย 2 วิธีคือ วิธีเดินแทง  โดยใช้ไม้ยาว ติดเหล็กงุ้มด้านบนเรียกว่า “ตาจอบ” ใช้แซะรังนกจากผนังถ้ำ โดยต้องระวังอย่าให้เป็นอันตรายต่อนก และต้องแน่ใจว่าไม่มีนกอยู่ในรัง ใช้กับถ้ำที่ไม่สูงมาก วิธีที่สอง จะใช้ การเก็บโดยใช้แสก ใช้กับถ้ำสูงๆ ที่ไม่สามารถแทงได้ โดยแสกจะมีรูปร่างคล้ายกระเช้าขนาดใหญ่ คนสามารถขึ้นไปได้ 1 คน ใช้คนเก็บประมาณ 3 คน ในการดึงแสก และค่อยๆใช้ตาจอบ แซะรังลงมา ซึ่งต้องใช้ความชำนาญ ที่สำคัญ อย่าใช้มือสัมผัสรังนกหรือถ้ำ เพราะถ้ามีกลิ่นคนติด มันจะไม่กลับมาทำรังที่เดิมอีก  การเก็บรังนก มี 3 ช่วง ดังนี้

                   ช่วงที่ 1 ปลายเดือนมกราคม - ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งการเก็บครั้งนี้จะได้รังนกที่มีคุณภาพดีที่สุด

                    ช่วงที่ 2 กลางเดือนมีนาคม จากนั้นจะปล่อยให้นกทำรังและวางไข่

                    ช่วงที่ 3 เดือนกรกฎาคม เป็นช่วงที่อนุรักษ์ระบบนิเวศน์ เพื่อเพิ่มประชากรนก โดยจะปล่อยให้แม่นกฟักไข่

                                 จนลูกนกโตเต็มที่และพร้อมที่จะออกจากรัง บินไปกับพ่อแม่ เมื่อไม่มีนกอยู่แล้ว จะเป็นการเก็บรังนก                                        ครั้งที่สาม 

หลังพ้น 3 ช่วงนี้ไปแล้ว นกเหล่านี้จะบินกลับมาอีกครั้ง เพื่อทำรังในเดือนธันวาคมของทุกปี แต่มันจะไม่กลับมาที่รังเดิมซ้ำอีก 

ชนิดของรังนก

รังนกจากธรรมชาติ แบ่งได้ออกเป็น 4 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดจะมีคุณภาพที่ต่างกัน แน่นอน ราคาก็จะแตกต่างกันไปด้วย 

  1. รังนกแดง มักถูกเข้าใจผิดบ่อยๆ ว่าเป็นเลือดนก แต่แท้จริง มันคือ ปฏิกิริยาเคมีกับสารประกอบประเภททองแดงบนผนังถ้ำ ซึ่งจะทำให้รังนกบนเกาะนั้นเป็นสีแดงทั้งหมด และรังนกแดงนี้ยังไม่เป็นที่นิยมเท่าไรนักในไทย
  2. รังนกขาว หรือ รังนกเกาะ (รังนกถ้ำ) เป็นรังนกที่เก็บจากถ้ำตามธรรมชาติ มีหลากหลายสีด้วยกัน รังนกขาว มีคุณภาพดีที่สุด พบได้เฉพาะทางภาคใต้ของไทย ที่มีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์เท่านั้น  โดยรังนกที่ดีที่สุด จะมีสีเหลืองทอง เพราะเนื้อรังนกสะอาด เนื้อหนา และอุดมไปด้วยสารอาหารที่มากกว่ารังนกชนิดอื่นๆ  ขึ้นอยู่กับแหล่งอาหาร และพันธุ์ของนก ซึ่งเป็นรังนกที่นิยมกันมากที่สุดในประเทศไทย
  3. รังนกบ้าน หรือ รังนกคอนโด  เป็นรังนกที่นกนางแอ่น สร้างไว้ตามบ้านเรือนของผู้คน มีขนาดเล็ก บาง และมีสีขาวจัด ราคาถูกกว่ารังนกธรรมชาติอื่นๆ
  4. รังนกดำ อันนี้จะเป็น รังนกที่ไม่บริสุทธิ์ เพราะมีเศษขนนกเจือปนอยู่มาก ทำให้รังนกมีคุณภาพต่ำมูลค่าไม่สูง และไม่เป็นที่นิยม

การรักษาระบบนิเวศน์ด้วยบริษัทสัมปทาน

มาถึงตรงนี้ หากใครยังเข้าใจว่า การเก็บรังนก เป็นการทำลายธรรมชาติ บอกเลยว่า ไม่ได้ทำลายระบบนิเวศน์ทางธรรมชาติของนกนางแอ่นเลย เพราะบริษัทที่ได้รับสัมปทานรังนกนั้น จะต้องมีความเข้าใจ ในการช่วยอนุรักษ์นกนางแอ่น แม้จะเก็บรังนกของนกนางแอ่นมาเพื่อธุรกิจ แต่ก็ยังดูแลรักษาระบบนิเวศน์ และสภาพแวดล้อมของเกาะและถ้ำที่นกทำรังและอาศัยอยู่อย่างถูกต้อง ดำเนินตามกระบวนการที่ไม่ส่งผลกระทบหรืออันตรายต่อนก เก็บรังนกเฉพาะช่วงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น ตอนทำรังและวางไข่ จนฟักออกมา บริษัทสัมปทาน จะคอยดูแล เพื่อรักษาประชากรนกนางแอ่นให้ผลิตประชากรและรังนกได้มากขึ้นตามฤดูกาลต่อไป

รู้แบบนี้แล้ว เราคงต้องเข้าใจกันใหม่ ว่าการเก็บรังนก ยังคงอยู่ภายใต้การอนุรักษ์นกนางแอ่นตามธรรมชาติ โดยไม่เป็นการทำลายธรรมชาติและแหล่งที่อยู่อาศัยของนกนางแอ่นแน่นอน

 


Share This